เมนู

เว็บไซต์แนะนำ


 


  


 


  

ติดตามข่าวสารการไฟฟ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการขยายเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๒ - เดือนกันยายน ๒๕๖๓

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการขยายเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยใช้ข้อมูลจากจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีบัตรฯ ได้ชำระ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ค่าไฟฟ้า และ ค่าน้ำประปา เพื่อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีภาระค่าครองชีพลดลง และในส่วนของการดำเนินการการขยายเวลามาตรการภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา จะเป็นการดำเนินการคงเดิมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ มีสาระสำคัญ ดังนี้

 

๑) กรณีค่าไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน ๕๐ หน่วยต่อเดือนติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๓ เดือน ให้ใช้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่หากใช้ไฟฟ้าเกิน ๕๐ หน่วยต่อเดือน ให้ใช้สิทธิตามมาตรการนี้ในวงเงิน ๒๓๐ บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด

๒) กรณีค่าน้ำประปา ให้ใช้น้ำประปาในวงเงิน ๑๐๐ บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด ทั้งนี้ ผู้มีบัตรฯ ต้องนำใบแจ้งค่าไฟฟ้าและใบแจ้งค่าน้ำประปาไปชำระที่สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ สำนักงานการประปานครหลวง และสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งแสดงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทุกสิ้นเดือนการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค จะส่งบันทึกรายชื่อผู้มีบัตรฯ ที่ใช้ไฟฟ้า น้ำประปาภายใต้วงเงินที่กำหนดให้กรมบัญชีกลาง เพื่อที่กรมบัญชีกลางจะนำเงินจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมมาจ่ายคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่อง e-Money ของเดือนถัดไป ซึ่งผู้มีบัตรฯ สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการผ่านเครื่อง EDC แอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ และถอนเงินสดจากเครื่องถอนเงินอัตโนมัติได้

ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน ๑๔.๖ ล้านคน คิดเป็นครัวเรือนประมาณ ๘.๒ ล้านครัวเรือน (๑ ครัวเรือนใช้ได้เพียง ๑ สิทธิเท่านั้น) และมีระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๒ - เดือนกันยายน ๒๕๖๓ รวมเป็นระยะเวลา ๑ ปี และมีงบประมาณ ประมาณการสำหรับค่าไฟฟ้า ๑,๗๔๐ ล้านบาทต่อปี (๑๔๕ ล้านบาทต่อเดือน) ประมาณการสำหรับค่าน้ำประปา ๓๐ ล้านบาทต่อปี (๒.๕๐ ล้านบาทต่อเดือน) งบประมาณรวมทั้งสิ้น ๑,๗๗๐ ล้านบาทต่อปี (๑๔๗.๕๐ ล้านบาทต่อเดือน) โดยจะใช้จ่ายจากเงินกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ ๔/๒๕๖๒ มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ผลกระทบ การดำเนินการขยายเวลามาตรการบรรเทาฯ และมาตรการชดเชยเงินฯ คาดว่าจะส่งผลกระทบ ดังนี้ ๑) บรรเทาภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และช่วยลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีบัตรฯ ๒) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านค้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น อันจะเป็นการสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืนให้กับประเทศ ๓) ส่งเสริมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด อันจะช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการเงิน

 

 

 

 

 

ผู้บริหารสวัสดิการสัมปทาน ทร.


พล.ร.ท.วราห์  แทนขำ

ประธานกรรมการสวัสดิการสัมปทาน ทร.

พล.ร.ต.ชยุต  นาเวศภูติกร

ผู้จัดการกิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทาน ทร.

 

แจ้งไฟฟ้าขัดข้อง

0-3843-9040

0-3843-7766 ต่อ 111, 222
ทร. 75039
ตลอด 24 ชั่วโมง

หากพบผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของกิจการไฟฟ้าฯ
เรียกรับเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ
โปรดแจ้ง กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทาน ทร.

 

 

 

อัตราค่าไฟฟ้า